ภาษีเงินได้บุคคลครึ่งปี

เดือนกันยายน เป็นเดือนสุดท้ายของกำหนดเวลาการยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ซึ่งวันสุดท้าย คือวันศุกร์ที่ 30 กันยายน นี้ อันเป็นวันครบกำหนด 3 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของครึ่งปีภาษีแรกของปี 2554 ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 56 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ภ.ง.ด.94 เป็นแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด สำหรับท่านผู้มีเงินได้พึงประเมิน 4 ประเภท ตามมาตรา 40 (5)(6)(7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ในระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนมิถุนายน 2554 ดังต่อไปนี้

เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน ตามมาตรา 40 (5)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร อาทิ การให้เช่าที่ดิน บ้าน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องแต่งกาย หนังสือ เว้นแต่เงินกินเปล่า เงินช่วยค่าก่อสร้าง เงินค่าซ่อมแซม ค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์

เงินได้จากวิชาชีพอิสระ ตามมาตรา 40 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ เงินได้จากการประกอบโรคศิลปะหรือแพทย์รักษาคนไข้ วิชาชีพกฎหมาย เช่น ค่าว่าความของทนายความ ค่าที่ปรึกษาทางวิศวกร ค่าออกแบบของสถาปนิก ค่ารับจ้างทำบัญชีของสำนักงานบัญชี หรือค่าสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้สอบบัญชีภาษีอากร ค่าจ้างของผู้รับจ้างทำงานศิลป์ เช่น ช่างวาด ช่างปั้น ช่างหล่อ เป็นต้น 

เงินได้จากการรับเหมาที่ต้องจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ ตามมาตรา 40 (7) แห่งประมวลรัษฎากร อาทิ ค่ารับเหมาก่อสร้างของผู้รับเหมา ซึ่งตามสัญญาจ้างเหมากำหนดให้ผู้รับเหมาต้องจัดหาวัสดุก่อสร้างที่ใช้ในการ รับเหมาด้วย บางครั้งเรียกว่า รับเหมาลำซำ

เงินได้จากการประกอบธุรกิจให้บริการ การพาณิชย์หรือการค้าขาย การเกษตรกรรมหรือชาวนา ชาวไร่ หรือชาวสวนผลไม้และสวนยางพารา การอุตสาหกรรมหรือผู้ผลิตสินค้า การขนส่ง ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร อาทิ แท็กซี่ รถรับจ้างขนส่ง หรือการอื่นใด อาทิ รางวัลจากการประกวดแข่งขัน ชิงโชค เป็นต้น รวมทั้งค่ารักษาสัตว์ของสัตวแพทย์ ซึ่งไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการประกอบโรคศิลปะตามมาตรา 40 (6) แห่งประมวลรัษฎากร จึงถือเป็นเงินได้จากการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในประเภทที่ 1 ถึงประเภทที่ 7 ดังกล่าว

สำหรับเงินได้ของชาวนาต้องแยกให้ชัดเจนว่าเป็น “นา” ประเภทใด เพราะหากเป็นนาข้าว ไม่ว่าจะเป็นข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ซึ่งเป็นเงินได้อันเกิดจากการกสิกรรมของชาวนาและครอบครัวทำเองก็จะได้รับยก เว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 42 (15) แห่งประมวลรัษฎากร

ดังนั้น ชาวนาแห้ว หรือ “สมหวัง” ซึ่งเป็นไม้ล้มลุก ชาวนากุ้ง (การทำประมง) ชาวนาเกลือ ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นการเกษตรกรรมอีกประเภทหนึ่ง นั้น ย่อมไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จึงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 เช่นเดียวกับผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) – (8) แห่งประมวลรัษฎากร ดังได้กล่าวข้างต้นครับ

(1)

สำหรับท่านผู้มีเงินได้พึงประเมิน 4 ประเภท โดยสังเขปประกอบด้วย เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน เงินได้จากวิชาชีพอิสระทั้งหกประเภท คือ การประกอบโรคศิลปะ กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี และประณีตศิลปกรรม เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจาก เครื่องมือ และเงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตรกรรม การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่นใดนอกจากที่ระบุไว้ในประเภทที่หนึ่งถึงประเภทที่เจ็ดแล้ว ในระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนมิถุนายน ของปี 2554 นี้ โดยทั่วไปมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 เพื่อแสดงรายการเงินได้พึงประเมินดังกล่าวและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ครึ่งปีภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งวันที่ 30 กันยายน ตรงกับวันศุกร์ จึงเป็นการแน่นอนที่ไม่มีการขยายกำหนดเวลาในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ออกไปแต่อย่างใด

เกณฑ์เงินได้ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดให้ผู้มีเงินได้ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 94 ได้แก่

  1. สำหรับท่านที่ไม่มีคู่สมรส ต้องมีเงินได้พึงประเมินเกินกว่า 30,000 บาท จึงจะมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94
  2. สำหรับท่านที่มีคู่สมรส ต้องมีเงินได้พึงประเมินเกินกว่า 60,000 บาท จึงจะมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ในปีภาษี พ.ศ. 2554 จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้พึงประเมินเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 190,000 บาท สำหรับปีภาษีนั้น ทั้งนี้ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นไป และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ทั้งนี้ ตามข้อ 2 (81) ของกฎกระทรวงฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)

ครั้นเมื่อคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และมีอายุเกินกว่า 65 ปีบริบูรณ์ในปีภาษี พ.ศ. 2554 จะได้รับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้พึงประเมินตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ตามข้อ 2 (72) ของกฎกระทรวงฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 257 (พ.ศ. 2549) เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 190,000 บาทในปีภาษีนั้น ทั้งนี้ สำหรับเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด.

(2)

ที่มา..Daily News Online

2 Comments

Your Thoughts

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.